ทุกคนนั่งเงียบกริบ เบื้องหน้ามีร่างของชายหนุ่มผิวเงินวาวนอนนิ่งอยู่ ทุกคนหันมามองซูไลควานผู้แบกร่างชายคนนี้มาที่นี่ ฟิวรี่หันมาถามหญิงสาวตรงหน้าผู้เห็นเหตุการณ์คนแรก

                   "ผู้ชายคนนี้ตกมาจากฟ้า และเป็นสาเหตุที่ทำให้ตึกหน่วย S.H.I.E.L.D.เราเกือบพังงั้นเหรอ"

                   "ใช่ แล้วเขาก็พูดประโยคหนึ่งด้วย"

                   "อะไร? เขาพูดอะไร"

                   "จักรวาลกำลังตกอยู่ในอันตราย" สิ้นเสียงซูไลควาน ทุกอย่างเงียบกริบ บรรยากาศความตึงเครียดแผ่กระจายไปทั่วห้อง ฟิวรี่ชะงักนิ่งไปถนัดตา ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะมีอาการอย่างนี้

                   "บางทีเราอาจกำลังเจอเรื่องใหญ่ ฉันต้องรีบติดต่อทางรัฐบาล มาเรีย ถ้าคนๆนี้ฟื้นให้รีบติดต่อมาหาฉันทันที ส่วนคนที่เหลือ.." ฟิวรี่รีบสั่งการ ก่อนที่หันมามองเหล่าสมาชิกthe avengersที่ยืนอยู่ "โทนี่ ฉันอยากให้นายพาทุกคนไปอยู่ที่สตาร์คทาวเวอร์ก่อน"

 

 

http://2.bp.blogspot.com/-j8D7f2VKwnM/T6twFkieVMI/AAAAAAAAAdA/saqQV3qHc_8/s1600/stark_building01_SJ_080310.jpg

                    ตึกสูงใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ย่านทองคำ*(ย่านทำเลทองที่ดินราคาแพง) ซูไลควานมองไปรอบๆอย่างตื่นเต้น ชายที่น่าจะชื่อโทนี่เดินนำทุกคนเข้าไปในตึก กดลิฟท์ขึ้นสู่ชั้นบน เกิดการแตกตื่นเล็กๆเมื่อซูไลควานทำท่าจะอ้วกกับอาการเมาลิฟท์ โทนี่มีสีหน้าเซ็งสนิท ตึกนี้เขาสร้างเพื่อความเป็นส่วนตัวของเขาเองแท้ๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นสถานที่รับเลี้ยงฮีโร่จำเป็นพวกนี้ไปซะได้ โทนี่หันไปมองหน้ ทุกคนบนลิฟท์ หวังว่าพวกนี้คงจะไม่ทำตึกเขาพังนะ ครั้งที่แล้วกว่าจะซ่อมเสร็จเสียไปเป็นพันล้าน แน่นอนไม่ใช่ว่าเขาแล้งน้ำใจหรือว่าอะไร ช่วงซ่อมแซมตึกเขาก็ได้ทำห้องขึ้นมาหลายห้องเพื่อการทำงานกับหน่วย S.H.I.E.L.Dและสมาชิกคนอื่นๆไว้แล้ว เพียงแต่มันยังไม่เสร็จดี เขาเลยต้องพาพวกนั้นมาที่ห้องของเขาก่อน ซึ่งชายหนุ่มมีนิสัยเสียอย่างหนึ่งคือไม่ชอบแชร์ของๆตัวเองกับคนอื่น ก็เลยเซ็งนิดหน่อยที่ต้องให้พวกนี้เข้ามาห้องเขา

 

         บนห้องชั้นบนสุดที่เป็นห้องส่วนตัวของมหาเศรษฐีโทนี่ สตาร์ค ดูครึกครื้นเป็นพิเศษเมื่อมีคนหลายๆคนมารวมกัน โทนี่สตาร์คแม้จะแอบเคืองนิดๆเรื่องที่ต้องพาคนพวกนี้มาที่ห้องส่วนตัวเขา แต่เขาก็ใจป้ำควักไวท์ราคาแพงระยับออกมาเลี้ยงทุกคน  ชายคนนี้เป็นตัวสร้างความเอนเตอร์เทนได้ดี แม้แต่แบนเนอร์ที่ดูนิ่งๆตอนนี้ก็ยังมันส์กับโทนี่ สภาพที่นี่ยังกับผับก็ไม่ปาน ซูไลควานได้แต่นั่งเงียบ ในมือถือกล่องนมเปรี้ยวยี่ห้อดัง เหล้าไม่ถูกกับเธอ และเธอก็ไม่ถูกกับเหล้า นมเท่านั้นคือคำตอบตอนนี้

 

http://themovieblog.com/wp-content/uploads/2012/05/chris-evans-as-steve-rogers-in-the-avengers.jpg

                        "สวัสดี ฉันชื่อสตีฟนะ"ชายร่างใหญ่คนที่นั่งข้างๆเธอบนโซฟาพูดกับเธอเป็นคนแรก หมอนี่ดูจะนิ่งสงบที่สุดแล้วในบรรดาคนในห้องนี้ ซูไลควานมองชายคนนั้นอย่างพิจารณา ชายร่างใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีน้ำตาลอ่อนและกางเกงลายทหาร ผมสีบอร์นทองถูกตัดสั้นเป็นระเบียบ ไม่บอกก็รู้ว่าคนๆน่าจะเป็นทหารแน่ๆ รูปร่างแม้จะใหญ่โตแต่หน้าตาไม่น่ากลัว ออกจะดูใจดีอย่างน่าประหลาด "เธออายุเท่าไรเหรอ"

                        "17ปี"

http://www.publispain.com/iron-man/personajes/iron_man_natasha_romanoff.jpg

                        "17งั้นเหรอ!" ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มพูดขึ้น เธอมีตาสีเขียวและผมสีแดงสดสวย แม้จะอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์เดฟดำธรรมดา น่าแปลกที่ทำไมผู้หญิงคนนี้ใส่ได้ดูเซ็กซี่ชะมัด ดูหน้าอกเธอซะก่อนสิ! แม่เจ้า!  "เธอเด็กเกินไปที่จะต้องมาทำอะไรแบบนี้"

http://upic.me/i/zv/t0v14.jpg

                        "จะให้ทำยังไง ในเมื่อหัวหน้าโจรสลัดของเธอเขาจัดการไปเรียบร้อยแล้ว" ชายใส่สูทพูดคิด ซูไลควานแอบขำเบาๆในคำพูดของเขา 'มีคนคิดว่านายฟิวรี่เป็นโจรสลัดเหมือนเราด้วยแหะ' "ฉันชื่อ โทนี่ โทนี่ สตาร์ค ฉันรู้ว่าเธอคงรู้จักฉันแล้วล่ะ แต่ฉันก็อยากจะแนะนำตัวอยู่ดี" ซูไลควานเลิกคิ้วมองชายที่พูดฉอดๆ พยายามคิดว่าเคยรู้จักผู้ชายคนนี้ด้วยเหรอ 'หมอนี่หลงตัวเองไม่ใช่เล่น' เธอคิด

http://www.filmzick.com/wp-content/uploads/2012/01/jeremy-renner-the-bourne-legacy-image.jpg

                        "ฉันคลิน คลิน บาร์ตัน" ชายตัวเล็กพูดขึ้น้วยมาดนิ่งๆ เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสวมทับด้วยแจ็กแก็ตดำ ดูท่าทางเก๊กๆยังไงพิกลในสายตาหญิงสาว

http://drop.ndtv.com/albums/ENTERTAINMENT/iron_man/36.jpg

                        "ฉันนาตาชา โรมานอฟ" ผู้หญิงผมแดงสุดเซ็กซี่คนเดิมพูดขึ้น หล่อนดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไร แต่ก็ไม่ร้ายกาจถ้าเทียบกับเพื่อนในโรงเรียนที่เวียดนามของเธอ

http://cdn.wegotthiscovered.com/wp-content/uploads/thor-movie-reviews.jpg

                        "ข้าทอร์ บุตรแห่งโอดิน เจ้าชายแห่งแอสการ์ด" ชายร่างใหญ่ในชุดเกาะเหล็กและผ้าคลุมสีแดงแปร๊ดพิลึกๆพูดด้วยท่าทีขึงขังเข้มแข็ง ซูไลควานสะดุ้งเฮือกพยักหน้างึกงัก รู้สึกกลัวชายตรงหน้าขึ้นมาตะหงิดๆ

 

Mark Ruffalo as Bruce Banner in The Avengers (2012) - Marvel's The Avengers (2012)

                        ทุกคนหันไปมองแบนเนอร์ที่หลบตรงมุมห้อง เขาไม่ได้มาทักทายหญิงสาวเหมือนที่คนอื่นทำ ชายที่ชื่อโทนี่พูดขึ้น "เฮ้! แบนเนอร์ มาทักทายสมาชิกใหม่ชมรมเราหน่อยสิ"

                        "ไม่จำเป็นหรอก ใช่ไหมดอกเตอร์บรูซ แบนเนอร์" ซูไลควานพูดเรียบๆ มองอาจารย์เก่าเธอด้วยแววตาเรียบเฉย ทุกคนมีสีหน้าแปลกใจที่หญิงสาวดูเหมือนจะรู้จักแบนเนอร์ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทักทายกัน

http://fc06.deviantart.net/fs71/f/2012/166/c/d/tony_stark_gif_by_foxedpeople-d53kdjz.gif

                        "อ้าว รู้จักกันอยู่แล้วเหรอ" โทนี่ทำหน้างง มองซูไลควานสลับกับแบนเนอร์ เหมือนจะมีรังสีบางอย่างแผ่ออกมาที่เขาไม่เข้าใจเท่าไร

                        "ทำไมจะไม่รู้จัก เขาเป็นอาจารย์โรงเรียนที่ฉันเรียนอยู่ และเป็นคนเดียวกับที่บอกที่อยู่ฉันให้คนที่ชื่อฟิวรี่รู้ ใช่ไหมโปสเฟสเซอร์" ซูไลควานอดที่จะพูดเรื่องนี้ไม่ได้ ยอมรับว่าเธอรู้สึกโกรธจริงๆที่อาจารย์เธอปิดบังอะไรหลายๆอย่างกับเธอ รู้สึกเหมือนตัวเองถูกนายคนนี้หลอกมาตลอด

http://jediyuth.files.wordpress.com/2012/04/the-avengers-pic-32.jpg

                        "เธอไม่เคยบอกฉันว่าเธอเป็นมิวแทนต์ ฉันไม่เคยรู้เลยว่าลูกศิษย์ตัวเองไม่ใช่คนธรรมดา"

                        "มันก็เหมือนที่คุณไม่ยอมบอกฉันว่าทำงานให้หน่วยงานของสหรัฐฯนั่นแหละ"

                        "โว้! ใจเย็นพวก อย่าพึ่งรีบฆ่ากันตอนนี้ เก็บแรงไว้สำหรับเรื่องใหญ่ที่จะเกิดขึ้นดีกว่านะ" โทนี่รีบเข้ามาห้ามทัพ ท่าทีดูลุกลนผิดปกติ ซูไลควานมองคนอื่นๆอย่างแปลกใจ ทำไมทุกคนถึงดูหน้าซีดๆผิดปกติยังไงพิกล เหมือนกลัวอะไรซักอย่าง

                        ‘ทำไมพวกเขาต้องกลัวพวกเราทะเลาะกันขนาดนี้นะ’ ซูไลควานคิดในใจ สายตามองหน้าแบนเนอร์อย่างไม่เข้าใจในท่าทีของทุกๆคน…

                      “เอ่อ คือ ฉันมีเรื่องขอนิดหน่อย” ซูไลควานเปลี่ยนเรื่อง หันมามองหน้าทุกคนด้วยสีหน้าแอ็บแบ๊วสุดชีวิต “ชีวิตนี้ฉันไม่เคยมาอเมริกาเลยอ่ะ ฉันอยากขอไปเที่ยวซักหน่อย” ทุกคนเงียบกริบอีกครั้ง (นี่เป็นรอบที่เท่าไรแล้วไม่รู้) ก่อนที่พวกเขาจะพูดพร้อมกันว่า

                      “ไม่ได้นะ”

                      “ทำไมล่ะ” ซูไลควานเริ่มไม่พอใจอีกรอบ เธอไม่ชอบเลยกับการที่ใครๆพยายามจะให้เธออยู่กับที่เฉยๆ “นี่ฉันขออนุญาตแล้วนะ ปกติฉันเคยขอซะที่ไหน ฉันถือว่าฉันให้เกียรติแล้วนะที่ขอพวกนายก่อน”

                      “เอ่อ..สาวน้อย อเมริกากว้างจะตาย ถ้าเธอหลงจะทำยังไง แล้วเธอรู้ที่เที่ยวงั้นเหรอ” โทนี่สตาร์คพูด สีหน้าเขาดูเลิ่กลั่กพอสมควร แน่ล่ะ ถ้าหญิงสาวหลุดไปข้างนอกอีกรอบเหมือนตอนนั้น เขาได้โดนฟิวรี่สับเละแน่ๆ ก็ดันเป็นของสำคัญขนาดนี้ จะให้คลาดสายตาได้ยังไง “บางทีเธอน่าจะให้ใครในกลุ่มพวกเราสักคนไปเป็นไกด์มากกว่าจะเดินเที่ยวคนเดียว”

                       “เออ ใช่” ซูไลควานดีดนิ้วเปาะ “แล้วใครอยากจะเป็นไกด์ให้ฉันล่ะ”

                       “แบนเนอร์ ฉันเสนอแบนเนอร์” สตาร์ครีบพูด มือข้างหนึ่งเอื้อมไปปิดปากสตีฟที่จะพูดขออาสาเป็นไกด์ โอกาสอย่างนี้แหละเหมาะที่จะสานสัมพันธ์บาดหมางระหว่างสมาชิกใหม่กับเก่าอย่างซูไลควานกับแบนเนอร์ ดอกเตอร์บรูซหน้าเหวอ ทั้งซูไลควานกับบรูซหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย โทนี่เจ้าของแผนการพยายามขยิบตาส่งซิกให้คนอื่นๆเห็นด้วยกับเขา คนที่เหลือทำหน้าเอ๋อแต่ก็ยอมพยักหน้าตามสตาร์คแต่โดยดี

                      ซูไลควานถอนหายใจเฮือกใหญ่ พึ่งทะเลาะกับบรูซมาแท้ๆ แต่ต้องมาเที่ยวร่วมกับเขานี่นะ  มันไม่ใช่แบบที่เธอคิดเลยให้ตายเถอะ!

 

http://www.studysquares.com/usa/wp-content/uploads/2012/11/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81.jpeg

                     ซูไลควานเดินคู่มากับแบนเนอร์ สายตามองไปรอบๆบริเวณอย่างตื่นตาตื่นใจ ช่างเป็นเมืองที่อลังการน่าทึ่งสุดๆ อะไรๆดูไฮเทคไปหมด การแต่งตัวแต่ละคนก็ดูล้ำสมัยซะเหลือเกิน ถ้าเทียบกับที่เวียดนามนี่เหมือนอยู่คนละโลกกันเลย หญิงสาวก้มลงมองชุดเสื้อยืดกางเกงผ้าของตัวเอง ช่างดูห่างกันลิบลับกับชุดหรูไฮโซของคนอื่นๆที่สวมใส่ราวกับจะเปิดแคทวอล์คข้างถนนยังไงยังงั้น ซูไลควานวิ่งไปโน่นไปนี่อย่างสนุกสนานปนตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ ลำบากดอกเตอร์บรูซที่ต้องลากเธอให้กลับมาอยู่กับที่ก่อนที่จะหลงไปไหน แบนเนอร์กุมขมับ เขาเป็นถึงดอกเตอร์ จบปริญญาเอก และเป็นเดอะฮัค ทุกคนมีแต่เกรงกลัวเขา แต่ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างดอกเตอร์บรูซ แบนเนอร์ต้องมาทำหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กนี่นะ ใครที่ไหนรู้เข้าคงหัวเราะเยาะแย่ โดยเฉพาะเบ็ตตี้ เธอคงจะประหลาดใจมากที่เห็นเขาในมาดนี้

                       นึกถึงเบ็ดตี้ ก็ทำให้เขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ไม่รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ไหน เป็นยังไงบ้าง เขาคิดถึงเธออยู่ตลอด คิดถึงเหลือเกิน แต่ทำไม่ได้ เขาไปหาเธอไม่ได้ จากสิ่งที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ ทางเดียวที่จะให้เธอปลอดภัยคือต้องอยู่ห่างเธอให้มากที่สุด แบนเนอร์เอื้อมมือจับสร้อยล็อกเก็ตบนคอของเขา ภาพเบ็ดตี้ที่กำลังยิ้มสดใส สิ่งเดียวที่เป็แรงยึดเหนี่ยวจิตใจที่ทำให้เขาอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ สิ่งงดงามสิ่งเดียวในชีวิตเขาที่เขามีอยู่...

                     ซูไลควานยังคงเดินไปเรื่อยๆอย่างร่าเริง จู่ๆเธอก็ชะงักกึก เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นสองหนุ่มสาวกำลังจูบกันอย่างเร่าร้อน หญิงสาวอ้าปากค้าง จ้องเขม็งอย่างตื่นเต้น อย่างนี้ที่เวียดนามไม่มีแน่ๆ ชัวร์

http://hot.popcornfor2.com/uploads/assets/user_18744/555000001406101.JPG

(สองคนนี้มันคุ้นๆว่าไหม=_=)

                    “โว้ว ดูนั้นสิแบนเนอร์” วูไลควานชี้ไปที่สอหนุ่มสาวอย่างตื่นเต้น แบนเนอร์สะดุ้งงเฮือก รีบนำมือมาปิดตาสองข้างของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

                    “เด็กไม่ควรดู” แบนเนอร์พูดสั้นๆก่อนที่จะลากตัวเธอออกห่างจากพวกเขา หญิงสาวส่งเสียงจิจ๊ะในลำคอ โมโหที่ถูกขัดจังวะการเจือกเรื่องชาวบ้าน

                      กริ๊ง!!