"นี่มันอะไรกัน" ฟิวรี่ยืนหน้าถมึงทึง เบื้องหน้าคือทีวีชนาดใหญ่ในห้องโทนี่ที่ฉายภาพเหตุการณ์แบนเนอร์กลายร่างเป็นฮัคสู้กับโกสไรเดอร์กลางเมือง ทุกช่องต่างพร้อมใจกันรายงานข่าวนี้อย่างแข็งขัน ซูไลควานก้มหน้านิ่ง อยากจะหายตัวไปซะเดี๋ยวนี้ ส่วนแบนเนอร์สีหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาจากปากของทุกคน

           "พวกนายกำลังทำทุกอย่างแย่ รู้ไหมประธานาธิบดีพูดอะไรกับฉันบ้าง" ฟิวรี่เดินเข้ามาใกล้ทั้งสองที่นั่งเงียบบนโซฟา"หน่วยS.H.I.E.I.Dเกือบจะต้องปิดตัวเพราะพวกเธอ"

           "แบนเนอร์ไม่ผิดนะ"ซูไลควานค้าน"ถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้น ทุกคนต้องโดนไอ้ตัวบ้านั่นถล่มแน่ๆ"

           "ใช่ เรากำลังสืบหาตัวคนๆนั้นอยู่ๆ"ฟิวรี่พูด สีหน้าขึงขังจริงจัง"แต่พวกเธอก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยตามที่ทางสภาร้องขอ"ฟิวรี่ชูสายรัดข้อมือขนาดใหญ่สีดำขึ้น มีหน้าปัดเหมือนนาฬิกาเรือนหนึ่ง แต่ตรงหน้าปัดไม่มีเลขบอกเวลา มีเพียงแสงไฟสีแดงกระพริบช้าๆ ชายหนุ่มดึง ไม่สิ กระชากแขนซูไลควาน ใส่สายรัดนั้นเข้าไปในข้อมือเธอก่อนที่จะรัดมันอย่างรวดเร็วและแน่นหนา

           "นี่คือสิ่งที่จะควบคุมเธอ"ฟิวรี่ยื่นหน้ามาใกล้ซูไลควาน หญิงสาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้สึกได้ถึงความกดดันที่แผ่ออก มา"ถ้าเธอใช้พลังเมื่อไร หรือแกะมันออกตอนไหน แม้เพียงน้อยนิด มันจะส่งข้อมูลตรงมาที่เรา เราจะรู้ทันทีว่าเธออยู่ไหน และหลังจากนั้นเราจะส่งตัวเธอให้กระทรวงกลาโหมอย่างไม่มีข้อแม้ ทางหน่วยS.H.I.E.I.Dจะไม่เกี่ยวข้องกับเธออีก" ซูไลควานหน้าซีดเผือด ละล่ำละลักพูดอย่างตกใจ

           "คุณทำอย่างนั้นกับฉันไม่ได้นะ ที่ฉันมาที่นี่ก็เพราะไม่ต้องการให้กระทรวงกลาโหมมายุ่งกับฉัน แล้วคุณจะมายกฉันให้พวกนั้นง่ายๆได้ยังไง"

           "แล้วยังไง? เธอจะถล่มหน่วยS.H.I.E.I.Dเหมือนที่ขู่ลูกน้องฉันใช่ไหม" ฟิวรี่เลิกคิ้วขึ้น หรี่ตามองซูไลควานอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า"เอาสิ ถ้าเธอคิดว่าเธอเก่งพอจะหนีพวก ฉันได้ จำเอาไว้ ทั้งแผ่นดิน ทั่วน่านน้ำ ไม่ว่าเธอจะยืนอยู่ตรงไหน ไกลแค่ไหน ฉันจะตามล่าเธอสุดหล้าฟ้าเขียว ให้เธอต้องหนีหัวซุกหัวซุนยิ่งกว่าแต่ก่อน หรือต่อให้เธอฆ่าฉันตาย คนอื่นก็จะตามล่าเธอต่อ หนีไปจนกว่าจะตาย หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าที่เธอเคยเจอมาตลอด ลืมทุกสิ่งไปได้เลย เพราะนี่แหละฝันร้ายของจริง!" ชายหนุ่มแย้มรอยยิ้มอย่างผู้มีชัย แบนเนอร์กำหมัดแน่น โทนี่มองฟิวรี่อย่างไม่เข้าใจ เขาเองไม่เห็นด้วยที่จะยกความผิดทั้งหมดให้แบนเนอร์กับซูไลควาน ดูยังไงก็เห็นอยู่ว่าทั้งสองพยายามช่วยคนอื่น นึกไม่พอใจพวกสภาอยู่พอสมควรที ครั้งที่แล้วก็เรียกร้องให้พวกเขาออกมารับผิดชอบเรื่องที่พวกซิกทอรี่มาถล่มโลกทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดพวกเขา แถมตัวเขานี่แหละที่ช่วยเมืองเอาไว้ คราวนี้ยังเสนอหน้ามาเจ้ากี้เจ้าการอีก น่าเบิ้ดกระโหลกจริงๆกับพวกที่วันๆเอาแต่ผลาญภาษีชาวบ้าน ไม่ทำบ้าอะไรแล้วยังเป็นตัวถ่วงอีก

http://media.theiapolis.com/d4/hTC/i1M0E/k4/l1MCN/w1HC/robert-downey-jr-as-tony-stark-in-the-avengers.jpg

           "พึ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้นายเป็นขี้ข้ากระทรวงกลาโหมนะฟิวรี่" โทนี่อดที่จะพูดออกมาไม่ได้ ฟิวรี่ไม่พูดอะไร เขายกมือขึ้นเป็นการให้สัญญาณ ก่อนที่เจ้าหน้าที่หน่วยS.H.I.E.I.Dจะบุกเข้ามาข้างในอย่างรวดเร็ว

           "และฉันเองต้องขอควบคุมตัวพวกเธอสองคน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก"ฟิวรี่ไม่สนใจในสิ่งที่โทนี่พูด ซูไลควานเลือดขึ้นหน้าบุกขึ้นกระโจนเข้าหาฟิวรี่อย่างโกรธแค้น ท่ามกลางความตกใต เหล่าเจ้าหน้าที่ผู้ถูกฝึกมาอย่างดีรีบเข้ามาควบคุมตัวหญิงสาวไว้ก่อนที่เธอจะเข้าถึงตัวผู้บังคับบัญชา ซูไลควานน้ำตาคลอเบ้า มองฟิวรี่ด้วยแววตาเจ็บช้ำ

             "นายจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้กับฉัน ฟิวรี่" ซูไลควานกัดฟันกรอด ปรายตามองไปที่ธอร์"เพราะน้องของนายนั่นแหละ โลกิอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง ฉันเห็นมันยืนมองเหตุการณ์อยู่ มันยิ้มเยาะเย้ยฉัน มันต้องการให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้"

             "พอเถอะ"แบนเนอร์หันมาพูดกับหญิงสาว ก่อนที่จะยื่นหน้ามาพูดบางอย่างข้างหูเธอ"ไม่เป็นไร เชื่อฉัน เราจะไม่เป็นไร"

ทุกคนแอบโล่งอกเบาๆที่ดูเหมือนแบนเนอร์จะยอมให้จับกุมแต่โดยดี ไม่มีวี่แววขัดขืนแปลงร่างอาละวาดให้หนีตายกันอีก ร่างของซูไลควานโดนลากออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าปล่อยให้เธออยู่ต่ออาจจะไม่ปลอดภัยกับทุกคน สตีฟลุกขึ้น สายตามองฟิวรี่อย่างไม่พอใจ

http://images.wikia.com/marvelmovies/images/0/09/Steve_Rogers.png

            "ฉันจะไปด้วย หวังว่านายคงไม่จับฉันส่งกระทรวงกลาโหมไปอีกคนนะ!"สตีฟกระแทกเสียงก่อนที่จะเดินจากไป ฟิวรี่หลับตาลง นาตาชาลอบมองชายตรงหน้าอย่างพิจารณา เขาลืมตาขึ้นมองทุกคนในห้องนิดหน่อยก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง หญิงสาวไม่รีรอรีบเดินตามฟิวรี่ไปทันที

________________

            "จับสองคนนี้แยกกันไว้ ขึ้นรถคนละคัน เอาผู้ชายขึ้นคันหนึ่ง ผู้หญิงขึ้นอีกคัน" เสียงของหนึ่งในเจ้าหน้าที่คอยควบคุมบงการเป็นระยะ รถของหน่วยs.h.i.e.l.dดูแปลกตาต่างจากรถหน่วยงานทหารตำรวจของที่ใด ดีไซน์ที่เหมือนรถถังแต่ดูคล่องตัวกว่า สีเทาเข้มอันเป็นเหมือนหนึ่งในสัญญาลักษณ์ประจำตัวของของหน่วยs.h.i.e.l.d และตราหน่วยงานสีขาวสลักอยู่ข้างรถ ทุกคันดูเหมือนๆกันหมด ซูไลควานแค่นหัวเราะเบาๆ 'แค่จับคนสองคนแต่กลับขนรถมาเป็นสิบยังกับจะไปเปิดกองทัพที่ไหน' นี่แสดงให้เห็นถึงส่วนลึกในใจฟิวรี่ที่แม้จะทำจะเก่งกาจแต่ก็มีความกลัวต่อแบนเนอร์และซูไลควานอยู่มากพอดู

ซูไลควานถูกดึงเข้าไปในรถ พวกเขาใส่กุญแจมือกับเธอ อืม..จะพูดว่าเป็นกุญแจมือก็พูดได้ไม่เต็มปาก มันเหมือนโลหะสีดำขนาดเท่ากล่องสี เหลี่ยมเล็ก มีกลไกภายในตัว และช่องสองช่องเอาไว้ใส่ข้อมือ แน่นอนมันหนักพอดู หญิงสาวก้มหน้ามองพื้นเงียบๆ ตอนนั้นเองจู่ๆก็มีชายคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามาตรงหน้าเธอ ซูไลควานเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจนิดๆ ก่อนที่จะพบว่าชายตรงหน้าคือสตีฟ โรเจอร์ นายทหารคนนั้นที่เธอเคยคุยด้วยนั่นเอง

http://s5.favim.com/orig/53/captain-america-chris-evans-steve-rogers-the-avengers-Favim.com-496027.jpg

             "ฉันมาเองแหละ" ชายหนุ่มพูด ถือวิสาสะนั่งลงตรงข้ามเธอ"ฉันไม่เห็นด้วยกับฟิวรี่ ที่เขาทำมันไม่ถูกต้อง"

             "ขอบคุณ" ซูไลควานพูดเบาๆ แย้มรอยยิ้มนิดๆให้ผู้ชายตรงหน้า สตีฟยิ้มตอบ ดูเหมือนทั้งสองกำลังเริ่มต้นมิตรภาพที่ดีต่อกัน..

                บึ้ม!

จู่ๆรถก็เกิดระเบิดขึ้น เหมือนทุกอย่างช้าลง ซูไลควานเห็นทุกอย่างปลิวว่อน ร่างหญิงสาวค่อยๆกระเด็นกระแทกพื้น สายตาเธอจับจ้องที่สตีฟ เขากระเด็นไปอีกฝั่งหนึ่ง เปลวไฟลุกโชนพุ่งเฉียดใบหน้าเธอจนรู้สึกได้ถึงไอร้อน ซูไลควานพยายามลุกขึ้นจากพื้น ร่างของเจ้าหน้าที่นอนเกลื่อนกลาดไปทั่วถนน หญิงสาวจับหัวตัวเอง รู้สึกได้ถึงความปวดเจ็บปวดที่แล่นปราดออกมา หูอื้อไปหมด ได้ยินเพียงเสียงวิ้งๆในหู เหมือนเธอจะเป็นคนเดียวที่ดูจะบาดเจ็บน้อยที่สุด สตีฟลุกขึ้นยืน ซูไลควานถอนหายใจโล่งอกที่เขาไม่บาดเจ็บมากนัก หญิงสาวก้าวเท้าจะเข้าไปหาชายหนุ่มที่อีกฟาก แต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นความผิดปกติบางอย่าง..

            ร่างของสตีฟค่อยๆทรุดฮวบลง ชายชดดำปรากฏตัวขึ้นข้างๆสตีฟ ในมือถือไม้หนาสามขนาดใหญ่ มันฟาดเข้าไปที่หัวเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชายชุดดำคนอื่นๆต่างพากันโผล่มาทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่กำลังบาดเจ็บ ชั่วแวบหนึ่งซูไลควานขาดสติ ลืมทกสิ่งทุกอย่าง เธอกำลังจะใช้พลังของตัวเอง แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นข้อมือที่มีสายรัดใส่อยู่ เธอจึงนิ่งลง ‘ไม่ ถ้าฉันใช้พลังก็เท่ากับว่าอนาคตฉันจบแน่’ หญิงสาวมองสตีฟที่กำลังโดนทำร้ายสลับกับมองข้อมือตัวเอง การไม่มีพลังก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง เธอไม่ได้เก่งพอที่จะเผชิญหน้ากับผู้ชายแบบตัวต่อตัวขนาดนั้น แถมที่มือเธอยังโดนพันธนาการด้วยกุญแจมืออีก ตอนนี้เธอแพ้พวกมันทุกทาง ไม่มีสิทธิที่จะทำอะไรได้เลย

            “อ้าว? อยู่นี่เอง” ซูไลควานหันควับมองต้นเสียง สีหน้าพลันซีดเผือดลงถนัดตาเมื่อพบว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือโลกิ ศัตรูที่เคยประมือกับเธอมาแล้วในครั้งก่อน

image

ชายหนุ่มก้าวย่างขุมเข้ามาใกล้หญิงสาวพร้อมควงคฑาในมือไปมาอย่างใจเย็น ‘ทำไมจะต้องรีบร้อน ก็ในเมื่อลูกแกะอยู่ในกำมือเขาแล้ว’ เหลือบมองสายรัดข้อมือหญิงสาว อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ตราบใดที่สิ่งนั้นยังอยู่บนข้อมือหญิงตรงหน้านี้ สตรีคนนี้ก็ไม่อาจใช้พลังทำร้ายเขาได้ ตอนนี้นางไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงธรรมดาจนว่าสายรัดจะหลุดจากข้อมือ

            “คิดว่ามุขแกล้งตายจะหลอกข้าได้ง่ายๆเหรอ ไม่ว่ายังไงข้าก็ยังอยากได้เจ้ามาเป็นพรรคพวกอยู่ดี” โลกิยื่นหน้าเข้าใกล้หญิงสาว “จะทำยังไงให้ได้มาโดยที่ไม่ต้องทำให้สินค้าบอบช้ำนะ?” เขากระตุกยิ้ม ก่อนที่จะใช้คฑาจิ้มเข้าไปกลางอกหญิงสาวอย่างรวดเร็ว

            ซูไลควานมองหน้าโลกิสลับกับคฑาที่จิ้มอกอยู่อย่างงงๆ ‘ไอ้หมอนี่มันกำลังทำอะไรของมันวะ’ ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ลองจิ้มดูอีกรอบ แต่ก็ไม่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับหญิงสาวแต่อย่างใด เขาเอื้อมมือจะมาจับอกซูไลควาน หญิงสาวชะงักรีบถอยหนีอย่างรวดเร็ว

            “นี่แกจะทำบ้าอะไรวะเนี่ย” ซูไลควานเผลอหลุดคำหยาบออกมาอย่างตกใจปนโมโห โลกิขมวดคิ้วอีกรอบ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

            “เจ้าไม่ได้เป็นเหมือนบุรุษในชุดเกราะเหล็กที่ข้าเคยเจอ แล้วทำไมฤทธิ์คฑาถึงทำอะไรเจ้าไม่ได้?” พลันเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก ชายหนุ่มสบตาหญิงสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจปนตกใจ“เจ้า..ไร้หัวใจ”